BGEAR Co., LTD.

Alfresco - Enterprise Content Management

» การ Set ค่าต่างๆ ใน BView เพื่อดูเอกสารแบบง่ายๆ

เรามาดูวิธีการ Config BView เพื่อให้สามารถดูเอกสารกันนะครับ ซึ่งการ Config bView นั้น จำเป็นต้องเข้าใจในส่วนของ ประเภทเอกสาร(Document Type) และ Property กันก่อนนะครับ เนื่องจากว่า BView นั้น สามารถทำการ Config เพื่อสร้าง Viewer แยกตาม Site และสามารถทำการค้นหาแยกตามประเภทเอกสารได้เลยครับ มาเริ่มกันเลยนะครับ
1. ทำการ Login ด้วย Admin นะครับ จากนั้นคลิกที่ Repository –> Data Dictionary –> BGear จะสังเกตุว่ามี Folder ที่ชื่อ BView อยู่นะครับ ให้คลิก Edit Properties ที่ Folder BView

2. จะปรากฎหน้าจอ ดังรูปด้านล่าง ให้คลิกที่ All Properties…

3. ในหน้านี้จะเป็นหน้าที่เก็บ Config ของ BView ทั้งหมดนะครับ โดยจะประกอบไปด้วย Site mapping, Criteria Mapping, Result Mapping, Property Detail, List, Label, Download Mapping, Print Mapping

» แสดงผลลัพธ์หลังจากที่ Configuration สำเร็จ
4. ก่อนอื่นต้องเข้าใจหลักการในการ Config ก่อนนะครับ ซึ่งหลักการก็คือ ใน BView สามารถทำหน้า Search เอกสารได้หลากหลายเงื่อนไข และสามารถ Config ได้หลายหน้าด้วยตาม Site ของ Alfresco เลยนะครับ โดยการ Config นั้นจะเป็นการสร้างหน้าในการค้นหาและดูข้อมูล (Customer Viewer) ซึ่งหลังจากที่เราได้ทำการ Config เรียบร้อยแล้ว เราจะได้หน้าในการค้นหาข้อมูลแบบพิเศษขึ้นมาแบบนี้นะครับ (เกิดจากการ Config อย่างเดียวไม่ได้เขียนโปรแกรม) ให้ดูผลลัพธ์ก่อนนะครับ จะได้มีกำลังใจในการ Config 555+
4.1 รูปด้านล่าง แสดงตัวอย่างใน แถบของ Criteria คือเงื่อนไขในการค้นหาข้อมูล โดยสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ค้นหาประเภทเอกสารใดบ้าง โดยในแต่ละประเภทเอกสารก็จะสามารถแสดงเงื่อนไขการค้นหาที่แตกต่างกันได้

4.2 รูปด้านล่างแสดงตัวอย่างในแถบของ Result หรือผลการค้นหาข้อมูล ซึ่งเกิดจากการค้นหาข้อมูลในแถบของ Criteria และเมื่อเราทำการคลิกที่เอกสาร จะเป็นการ Preview เอกสารทางด้านขวามือนะครับ

» ขั้นตอนที่ 1 : Site Mapping Configuration
คราวนี้เรามาเริ่มทำการ Config กันจริงๆ ซักทีนะครับ เริ่มตั้งแต่ Config แรกเลย คือ Site Mapping โดย Config นี้จะเป็นการบอก Viewer ที่เราสร้างขึ้นมาว่าจะให้สามารถค้นหาเอกสารได้กี่ประเภท มาดูรายละเอียดของการ Config กัน จากตัวอย่างจะ Config ว่า [contract-site]=lotus:document ซึ่งจะหมายถึง [ชื่อ Site ของ Alfresco]=ชื่อประเภทเอกสาร ดังนั้นตามตัวอย่างก็จะหมายถึง ให้แสดงชื่อของ Document Type: lotus:document นั่นเองนะครับ

ผลลัพท์จากการ Config ในส่วนนี้คือ จะมีค่าใน DropDownList ขึ้นมาในช่องของประเภท ตามตัวอย่างข้างล่าง จะแสดงคำว่า เอกสารสัญญา(เนื่องจากมีการ Config เรื่อง Label เพิ่มเติมด้วยครับ)

ตามตัวอย่างจะสังเกตุว่ามีคำว่า contract-site ซึ่งจริงแล้วก็คือ ชื่อของ Site นั่นเองนะครับ โดยเราสามารถไปหาค่านี้ได้จากการ คลิกที่ Repository –> Sites จะสังเกตุว่า Folder ที่อยู่ภายใต้ Sites ก็คือ Site ที่เราสร้างขึ้นนั่นเอง เราก็ใช้ค่านี้มา Mapping เข้ากับ BView ในส่วนของ Site Mapping นะครับ

โดยในกรณีต้องการให้ช่องของประเภท ในหน้าค้นหา ให้มีมากกว่า 1 ค่า สามารถใช้เครื่องหมาย Comma คั่นแล้วตามด้วย ประเภทของเอกสารนะครับ เช่น
[contract-site]=lotus:document,skyshirt:accdocument เป็นต้น

» ขั้นตอนที่ 2 : Criteria Mapping
มาสู่ขั้นตอนที่ 2 นะครับ นั่นก็คือการ Config Criteria Mapping ซึ่งก็จะเป็นการ Config เพื่อแสดง เงื่อนไขในการค้นหาโดยจะขึ้นตาม ประเภทเอกสารที่เลือกจาก DropDownList นั่นเองนะครับ

โดยเมื่อ Config เสร็จแล้วจะได้ผลลัพธ์ดังรูปด้านล่างนะครับ

ทีนี้เรามาทำความเข้าใจในส่วนของ Criteria Mapping กันนะครับ

ส่วนที่ 1 คืออยู่ก่อนเครื่องหมาย “=” และอยู่ระหว่างเครื่องหมาย [ ] ตามตัวอย่าง คือ [contract-site,lotus:document,lotus:aspect] ซึ่งจะหมายถึง เรากำลัง Config ประเภทเอกสาร lotus:document ซึ่งใน Model นี้จะมีการเก็บ Property ไว้ที่ Aspect ด้วยนะครับ จึงต้องอ้างถึง Aspect ด้วย (อาจจะต้องเปิด Document Type ในไฟล์ xml ที่ทำไว้นะครับเพื่อดูประกอบ)
ส่วนที่ 2 คืออยู่หลังเครื่องหมาย “=” ซึ่งก็คือ Property ที่ต้องการให้เป็นเงื่อนไขในการค้นหาข้อมูลนั่นเอง เช่น lotus:qrCode ก็จะหมายถึง QR Code นั่นเอง โดยจะสังเกตุว่า Property จะสามารถใช้ Control ได้หลากหลาย ทั้ง Textbox DropDownlist หรือ Calendar เป็นต้น ซึ่งการที่จะให้แสดงเป็น Control อะไร ก็จำเป็นที่จะต้อง Config ใน Property Detail ด้วยนะครับ โดยจะใช้ Comma คั่นในกรณีที่ต้องการให้มี Field ที่ใช้ค้นหามากกว่า 1 field

» ขั้นตอนที่ 3 : Result Mapping
ส่วนที่ 3 Result Mapping ไม่ต้องอธิบายเยอะเลยครับ คล้ายๆ กับ ขั้นตอนที่ 2 เลย เพียงแต่การ Config นี้จะไปปรากฎในแถบ Result นั่นเอง

โดยเมื่อ Config เสร็จแล้วจะได้ผลลัพธ์ดังรูปด้านล่างนะครับ

ทีนี้เรามาทำความเข้าใจในส่วนของ Result Mapping กันนะครับ

ส่วนที่ 1 คืออยู่ก่อนเครื่องหมาย “=” และอยู่ระหว่างเครื่องหมาย [ ] ตามตัวอย่าง คือ [contract-site,lotus:document] ซึ่งจะหมายถึง เรากำลัง Config ประเภทเอกสาร lotus:document
ส่วนที่ 2 คืออยู่หลังเครื่องหมาย “=” ซึ่งก็คือ Property ที่ต้องการให้เป็นเงื่อนไขในการแสดงผลการค้นหาข้อมูลนั่นเอง เช่น lotus:qrCode ก็จะหมายถึง QR Code นั่นเอง โดยเราสามารถกำหนดจำนวน Column ที่จะแสดงผลลัพท์ และขนาดความกว้างในแต่ละ Column ได้ด้วย (การกำนดความกว้างของ Column จะอยู่ที่ Property Detail)

» ขั้นตอนที่ 4 : Property Detail
ขั้นตอนนี้รายละเอียดเยอะหน่อยนะครับ โดยใน Config ส่วนนี้จะเป็นการ จัดการส่วน UI ของแต่ละ Property ทั้งหน้า Criteria และหน้า Result เริ่มกันเลยนะครับ
ส่วนที่ 1: จะเป็นการ Config ในส่วนของ ความกว้างของ DropdownList ที่เอาไว้ใช้แสดง ประเภทเอกสารนะครับ ตามตัวอย่าง คือ
[contract-site:DOCTYPE]=textbox,criteria:400,result:430,label:76 ซึ่งจะได้ผลแบบนี้นะครับ
ส่วนที่ 2 กับ 3 จะเป็นการกำหนดค่าการแสดงผลของ Property ต่างๆนะครับ ตามตัวอย่าง คือ
[lotus:typeOfContract]=textbox,criteria:400,result:75,label:80 ซึ่งก็จะแสดงผลแบบนี้นะครับ โดยในตัวอย่างจะเป็นการแสดงผลแบบ textbox แต่จริงๆ แล้วสามารถกำหนดให้เป็น แบบ Calendar หรือ Dropdownlist ก็ได้ครับ เช่น

[lotus:branch]=combobox(branch),criteria:220,result:120,label:80
[lotus:agreementDate]=calendar(d/m/Y),criteria:208,result:120,label:80 (การแสดงผลจะปรากฎเป็นปฏิธินขึ้นมา และสามารถค้นหาแบบช่วงเวลาได้)

» ขั้นตอนที่ 5 : List
ใช้สำหรับแสดงค่าใน DropDownList นะครับ ซึ่งในตัวอย่างข้างล่าง จะเป็นการทำ Master Data ไว้ เช่น priority จะประกอบไปด้วย High, Medium, Low เป็นต้นนะครับ ซึ่งจะสามารถนำค่าของ List ซึ่งในตัวอย่างชื่อ priority ไปใช้กับ Property Detail ได้นะครับ

[lotus:branch]=combobox(branch),criteria:220,result:120,label:80

เมื่อแสดงผลใน Viewer ในช่องของสาขา ก็จะกลายเป็น DropDownList มีคำว่า BranchA, BranchB,BranchC และที่เห็นใน Config ว่า AA,BB,CC เนื่องจากว่า ต้องการส่งค่า AA,BB หรือ CC เข้าไปค้นหาข้อมูลนั่นเอง

» ขั้นตอนที่ 6 : Label